หน้าหลัก   >  ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย  >  ข้อมูลสนันสนุน
  มีลูกเมื่อพร้อม
  ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย
  ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี
  เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  อาหารตามวัย
  วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน
  เมื่อลูกท้องเสีย
  อย่าประมาทหวัด ไอ
  อย่าให้ยุงกัด
  ป้องกันเอชไอวีเอดส์
  สุขปฏิบัติเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
  คุ้มครองเด็ก
  ป้องกันการบาดเจ็บ
  พร้อมรับมือภัยพิบัติ
  เข้าใจใส่ใจวัยรุ่น
    

ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย

 

 
ข้อมูลสนับสนุนสำหรับสาระสำคัญลำดับที่  : 

อันตรายจากการตั้งครรภ์และการคลอดจะลดลง ถ้าแม่ไปฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตั้งครรภ์ และไปรับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอตามกำหนดอย่างน้อย ๕ ครั้ง จากบุคลากรทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ได้รับการฝึกอบรมให้เข้าใจ สามารถดูแลตรวจรักษาและแนะนำแม่ตั้งครรภ์ ช่วยเหลือการคลอด ดูแลแม่หลังคลอด และดูแลทารกแรกเกิดอย่างมีคุณภาพ

   
 
๓.๑ การฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มรู้ว่าตั้งครรภ์ทุกครั้ง จะช่วยให้แม่และลูกในครรภ์ได้รับการดูแลสุขภาพ และครอบครัวได้รับคำแนะนำวิธีการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะเป็นพ่อแม่ รวมอย่างน้อย ๕ ครั้ง ตลอดระยะตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด และ ๑๒ ชั่วโมงหลังคลอด จำเป็นต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด และได้รับการตรวจสุขภาพ ๖ สัปดาห์ หลังคลอด
   
๓.๒ การไปตรวจครรภ์อย่างสม่ำเสมอตามกำหนดนัด ทำให้สามารถติดตามดูแลสุขภาพของแม่และลูกในครรภ์ หากพบความผิดปกติจะได้ให้ความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

เมื่อแม่ไปตรวจครรภ์เป็นระยะเพื่อติดตามเฝ้าระวังความก้าวหน้าของการตั้งครรภ์ และค้นหาภาวะเสี่ยง หรืออาการผิดปกติ จะได้รับการบริการต่างๆ อย่างครบถ้วนตามมาตรฐาน

การบริการเมื่อแม่ตั้งครรภ์ไปรับบริการตรวจสุขภาพ
  • วัดส่วนสูง ชั่งน้ำหนัก เปรียบเทียบและบันทึกไว้
  • วัดความดันโลหิต
  • ตรวจสุขภาพทั่วไป รวมทั้งตรวจฟัน และเต้านมเพื่อการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • ตรวจครรภ์เพื่อดูการเจริญเติบโตของลูกในครรภ์
  • ตรวจปัสสาวะเพื่อหาโรคเบาหวาน ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และโรคไต
  • ตรวจเลือดเพื่อหาภาวะโลหิตจาง และโรคติดเชื้อ เช่น มาลาเรีย โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หากพบจะได้ให้ยารักษาอย่างทันท่วงที
  • รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคบาดทะยัก ๒ ครั้ง ห่างกัน ๑-๒ เดือน รับยาเสริมธาตุเหล็ก โฟเลท เพื่อสร้างเม็ดโลหิตของแม่และร่างกายของลูกในครรภ์ และรับยาวิตามินเอในพื้นที่ที่มีการขาดเพื่อช่วยป้องกันการติดเชื้อ
  • รับคำแนะนำในการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง โดยเฉพาะด้านอาหาร การใช้เกลือไอโอดีนเพื่อป้องกันคอพอกในแม่และภาวะปัญญาอ่อน ร่างกายพิการในลูก และคำแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • อายุครรภ์ ๑๖-๒๐ สัปดาห์ แม่ตั้งครรภ์ควรได้รับการตรวจครรภ์ด้วยคลื่นความถี่สูง (อัลตราซาวน์) อย่างน้อย ๑ ครั้ง
  • ในกรณีที่แม่มีความเสี่ยงสูง เช่น อายุมาก เคยคลอดบุตรพิการ ปัญญาอ่อน ควรไปรับคำปรึกษาการบริการวินิจฉัยก่อนคลอด เช่น ตรวจน้ำคร่ำ เมื่ออายุครรภ์ ๑๖-๒๐ สัปดาห์ เพื่อหาความผิดปกติทางพันธุกรรม
   
๓.๓
© NICFD/2004/Nuntana
แม่ตั้งครรภ์ทุกคนจะได้รับบริการการตรวจเชื้อ เอช ไอ วี และการปรึกษาหารือโดยถือเป็นความลับ และตามความสมัครใจ แม่ตั้งครรภ์ หรือแม่หลังคลอดใหม่ๆ ที่มีภาวะติดเชื้อ เอช ไอ วี หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ควรรับการปรึกษา เพื่อหาทางลดความเสี่ยงของการแพร่เชื้อ เอช ไอ วี จากแม่สู่ลูกและการดูแลรักษา
ตนเอง การออกกำลังกาย การพักผ่อน เตรียมการเลี้ยงลูกด้วยนมผสม เพื่อลดการแพร่เชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก
๓.๔ ภาวะเครียดต่อเนื่องเรื้อรังในแม่ตั้งครรภ์ มีผลเสียต่อสุขภาพและความต้านทานโรคของแม่ และยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพของลูกในครรภ์จนตลอดชีวิต เช่น โรคอ้วน มะเร็ง เบาหวาน
   
๓.๕ ผู้ช่วยทำคลอด ซึ่งได้รับการฝึกอบรมแล้ว จะทราบและปฏิบัติได้อย่างเหมาะสม

ข้อควรคำนึงระหว่างการช่วยทำคลอด
  • เมื่อใดการคลอดใช้เวลานานเกินไป (มากกว่า ๑๒ ชั่วโมง) และเมื่อไรจึงจำเป็นต้องย้ายโรงพยาบาล
  • เมื่อใดจำเป็นต้องส่งต่อ ไปรับการช่วยเหลือทางการแพทย์ และควรจะส่งไปที่ไหน
  • จะลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ โดยรักษาความสะอาดและใช้เทคนิคปลอดเชื้อ (ล้างมือ ทำความสะอาดอุปกรณ์ และบริเวณที่ทำคลอดต้องสะอาดและปลอดเชื้อ)
  • จะช่วยเหลืออย่างไร ถ้าทารกในครรภ์อยู่ในท่าที่ผิดปกติ
  • ควรช่วยเหลืออย่างไร เมื่อแม่มีอาการตกเลือด หรือเสียเลือดมากเกินไป
  • เวลาที่ควรตัดสายสะดือและวิธีการผูกตัด การดูแลรักษาความสะอาดที่ปลอดเชื้อ
  • สิ่งที่ต้องปฏิบัติ เมื่อพบว่าทารกแรกเกิดไม่หายใจ
  • วิธีการเช็ดตัวทารกแรกเกิดให้แห้งและรักษาความอบอุ่นของร่างกาย
  • วิธีดูแลให้ทารกแรกเกิด ดูดนมแม่หลังคลอด
  • วิธีการทำคลอดเด็กอย่างปลอดภัย การคลอดรก และการดูแลแม่หลังคลอด
  • วิธีหยอดหรือป้ายยาบนตาของเด็ก เพื่อป้องกันการอักเสบที่ทำให้ตาบอด
หลังการคลอดผู้ช่วยทำคลอด ควรปฏิบัติดังนี้
  • ตรวจสุขภาพของแม่ ๑๒ ชั่วโมงหลังการคลอด และ ๖ สัปดาห์หลังการคลอด
  • แนะนำแม่เกี่ยวกับการป้องกัน หรือเว้นช่วงตั้งครรภ์ครั้งต่อไป (วางแผนครอบครัว)
  • แนะนำแม่เกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรคเอดส์ และ/หรือ วิธีลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในเด็ก