หน้าหลัก   >  ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี  >  ข้อมูลสนันสนุน
  มีลูกเมื่อพร้อม
  ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย
  ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี
  เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  อาหารตามวัย
  วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน
  เมื่อลูกท้องเสีย
  อย่าประมาทหวัด ไอ
  อย่าให้ยุงกัด
  ป้องกันเอชไอวีเอดส์
  สุขปฏิบัติเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
  คุ้มครองเด็ก
  ป้องกันการบาดเจ็บ
  พร้อมรับมือภัยพิบัติ
  เข้าใจใส่ใจวัยรุ่น
    

ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี

   
 
 
ข้อมูลสนับสนุนสำหรับสาระสำคัญลำดับที่  : 

พ่อแม่และผู้เลี้ยงดูควรทราบว่าพฤติกรรมใดเป็นสัญญาณเตือนภัยถึงพัฒนาการที่ล่าช้าหรือผิดปกติ จะได้รีบตรวจพบปัญหาและแก้ไขอย่างทันท่วงที

   
 
๖.๑ พ่อแม่และผู้เลี้ยงดู จำเป็นต้องศึกษาพฤติกรรมพัฒนาการปกติตามวัย จะได้รู้ว่าเด็กปกติอายุใด ควรมีความสามารถอย่างไร ซึ่งดูได้จากสมุดบันทึกสุขภาพ จะได้ติดตามเฝ้าระวังพัฒนาการของลูกหลาน หากสงสัยว่าเด็กมีพัฒนาการที่ไม่เหมาะสมจะได้รีบไปปรึกษาแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อตรวจวินิจฉัยและบำบัดรักษาอย่างทันท่วงที ตลอดจนขอรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือ และจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ให้แก่เด็กที่เจ็บป่วยหรือเด็กพิการ
   
๖.๒







๖.๓
© UNICEF-Thailand
โดยทั่วไปเด็กจะพัฒนาความสามารถด้านต่างๆ เพิ่มขึ้นตามวัยเป็นลำดับขั้นตอนที่ใกล้เคียงกัน เด็กแต่ละคนจะพัฒนาเร็วช้าตามจังหวะของตนเอง และโอกาสในการเรียนรู้ ทั้งด้านการเคลื่อนไหว ด้านสติปัญญา  การใช้ภาษา  การช่วยตัวเอง การสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น และการแสดงอารมณ์ พฤติกรรมพัฒนาการเป็นขั้นตอนที่เหมาะสมกับวัย มีความสำคัญ เพราะสะท้อนถึงการเติบโตและการทำงานของสมอง สุขภาพทั่วไปของเด็ก และสภาพแวดล้อมของเด็กที่เป็นไปตามปกติ 

พ่อแม่ควรสังเกตการตอบสนองของเด็กต่อสิ่งเร้าต่างๆ หากสงสัยว่า เด็กมีปัญหาพัฒนาการผิดปกติ หรือผิดแผกไปกว่าเด็กคนอื่นในวัยเดียวกัน  พ่อแม่ควรคอยสังเกตดูแลเด็กใกล้ชิดมากขึ้น พูดคุยหาของมาเล่นด้วย นวดสัมผัสตัวเด็กอย่างอ่อนโยน ให้เวลาฝึกระยะหนึ่ง ประมาณ ๑-๒ เดือน หากเด็กยังไม่ตอบสนองตามปกติ  แสดงว่าเด็กอาจมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ  อวัยวะรับสัมผัส  เช่น ตา หรือหู  การทำงานของสมองบกพร่อง หรือวิธีเลี้ยงดูและประสบการณ์เรียนรู้ไม่เหมาะสมและอื่นๆ  จึงมีพฤติกรรมพัฒนาการที่ล่าช้าผิดปกติ การรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยเด็กได้ดีกว่า พ่อแม่จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
๖.๔ เด็กที่ไม่มีความสุข หรือประสบกับปัญหาทางจิตใจ อาจแสดงออกโดยมีอาการไม่เป็นมิตร  เกียจคร้าน  เด็กที่ไม่ช่วยเหลือใคร  ดื้อดึง  ร้องไห้บ่อยๆ  แสดงพฤติกรรมรุนแรงก้าวร้าว  แยกตัว  ซึมเศร้า  เหงาหงอยแทนที่จะไปเล่นกับเพื่อน หรือไม่สนใจในการร่วมทำกิจกรรมที่เคยชอบทำมาก่อน เบื่ออาหาร หรือมีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย  พ่อแม่ควรจะสนใจ ไต่ถามความเป็นอยู่และความรู้สึกของเด็กและปรึกษาหารือร่วมกับครูหรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ถ้าเด็กมีปัญหาทางจิตใจ หรือถูกกระทำรุนแรง ควรจะได้รับความช่วยเหลือและการปรึกษาแนะแนวเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน

© Baansalaya
 
© Baansalaya